ReadyPlanet.com


เห็ดหลินจือกับไตวายเรื้อรัง


 ขอเรียนสอบถามว่าผู้สูงอายุ 67 ปี เป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ยังไม่ได้ฟอกไต อยากทราบว่าจะทานเห็ดหลินจือแดงสกัดได้หรือไม่ จะช่วยฟื้นฟูหรือบำบัดอาการได้ดีแค่ไหนครับ



ผู้ตั้งกระทู้ shaka :: วันที่ลงประกาศ 2015-12-10 16:36:43


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3042924)

ไตเป็นอวัยวะที่มีรูปร่างคล้ายถั่ว  มี 2 ข้าง อยู่ทางด้านหลังนอกช่องท้อง  และมีหน้าที่ 2 ประการใหญ่ๆคือ

  1. ควบคุมระดับเกลือแร่ต่างๆให้เป็นปกติ และขับของเสียออกจากร่างกายทางปัสสาวะ
  2. สร้าง ฮอร์โมนและสารต่างๆ  ฮอร์โมนที่สำคัญคือเออริโทรพอยเอติน  ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นไขสันหลังให้สร้างเม็ดเลือดแดง

        ไตแต่ละข้างประกอบด้วยหน่วยไตประมาณ 1 ล้านหน่วย  แต่ละหน่วยประกอบด้วยตัวกรองและหลอดไต 
ในแต่ละวันมีเลือดไหลเวียนผ่านไตประมาณ 180 ลิตร  และหน่วยไตจะกรองและคัดหลั่งสารต่างๆ และขับออกมาเป็นปัสสาวะวันละประมาณ 1 ลิตรคน เราสามารถมีชีวิตโดยปกติได้โดยอาศัยไตเพียงข้างเดียว  ภาวะไตวายจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีความผิดปกติในการทำงานของไตทั้งสองข้าง  โดยสามารถแบ่งเป็น 2 แบบคือ

        1.ไตวายเฉียบพลัน
คือ เกิดขึ้นเพียงระยะเวลาหนึ่งแต่เมื่อแก้ไขที่ต้นเหตุได้อาการนี้ก็หายไปได้  สาเหตุเกิดจากภาวะที่เลือดหรือสารน้ำไปเลี้ยงไตลดลง  การได้รับยาหรือสารพิษที่เป็นพิษต่อไต 

         2.ไตวายเรื้อรัง  

ถึงแม้จะทำการแก้ไขที่ต้นเหตุแล้วก็จะยังมีการเสื่อมของไตมากขึ้นไปเรื่อยๆ  จนนำไปสู่ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในที่สุด  โดยสาเหตุที่พบบ่อยได้แก่ โรคเบาหวาน  การอักเสบเรื้อรังของตัวกรองของไตหรือหลอดไต  โรคไตจากความดันโลหิตสูง  การอุดตันของทางเดินปัสสาวะ(จากนิ่ว ต่อมลูกหมาก)  โรคถุงน้ำโป่งพองในไตแต่กำเนิด  โรคเกาต์  โรคไตซึ่งเกิดจาการรับประทานยาแก้ปวดเป็นระยะเวลานาน และโรคเอสแอลอีโดยการตรวจสอบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นที่ไตหรือไม่สามารถ ตรวจสอบได้จากตัวชี้วัด 2 ตัว  คือ

      1.ค่า ปริมาณยูเรียไนโตรเจนในเลือด หรือ BUN (Blood urea nitrogen) โดยค่านี้แสดงถึงระดับของเสียที่เกิดจากการย่อยสลายโปรตีนและคั่งค้างใน กระแสเลือด  ค่าปกติคือ 10-20 มิลลิกรัม/เดซิลิตร  ดังนั้นหากไตทำงานได้แย่ลงก็จะทำให้ค่า BUN มีค่าเพิ่มขึ้น
      2.ค่าปริมาณสารครีเอตินีน  ซึ่งแสดงการทำงานของไต  ถ้าการทำงานของไตลดลงค่าครีเอตินีนจะสูงขึ้นกล่าว โดยรวมหากการทำงานของไตแย่ลงตัวชี้วัดทั้งสองจะมีค่าสูงขึ้น  แต่ค่าครีเอตินีนนั้นจะบอกการทำงานของไตได้เด่นชัดกว่าค่า BUN


ผู้แสดงความคิดเห็น เภสัชกร วันที่ตอบ 2016-09-22 07:10:53


ความคิดเห็นที่ 2 (3042928)

รศ.พญ.ดร. นริสา พบว่าจากการศึกษาร่วมกับนักวิจัยหลายท่านได้นำไปสู่การนำสมุนไพรมาใช้ในการรักษา ผู้ป่วยโรคไตร่วมกับยาแผนปัจจุบัน เห็ดหลินจือได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยในเรื่องการสร้างสมดุลของระบบภูมิ คุ้มกันในร่างกาย มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเป็นพิษที่มีอยู่ในเลือดซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาโรคต่างๆ จึงเป็นที่มาของการนำพืชสมุนไพรชนิดนี้มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ที่มีอาการดื้อต่อการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน โดยปกติแล้วเซลล์บุผิวหลอดเลือดในร่างกายของเราจะทำหน้าที่สร้างสารขยายหลอด เลือดทำให้เลือดแข็งตัวและหลอดเลือดไม่อุดตัน จากการศึกษาวิจัยโดยการตรวจสอบน้ำเลือดของผู้ป่วยในหลอดทดลองซึ่งมีเซลล์บุ ผิวหลอดเลือดพบว่าน้ำเลือดในผู้ป่วยจะทำให้เซลล์บุผิวหลอดเลือดตายในอัตรา ที่สูง เนื่องจากในน้ำเลือดของผู้ป่วยมีสารกระตุ้นการอักเสบ ซึ่งทำให้เซลล์บุผิวหลอดเลือดรวมไปถึงเซลล์ไตตาย ในขณะที่สารต้านการอักเสบจะลดต่ำลง แสดงให้เห็นถึงภาวะสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเสียไป เลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงไตจึงพร่อง ทั้งนี้จากการศึกษาโดยการให้เห็ดหลินจือในรูปของแคปซูลแก่ผู้ป่วยโรคไตร่วม กับยาแผนปัจจุบันคือยาขยายหลอดเลือด ผลการศึกษาพบว่าสารที่เสริมการอักเสบมีภาวะลดน้อยลง สารต้านการอักเสบมีภาวะที่สูงขึ้นและทำให้การตายของเซลล์บุผิวหลอดเลือดลดลง มีเลือดไปเลี้ยงไตเพิ่มขึ้น อัตราการกรองของเสียเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันระดับของโปรตีนหรือไข่ขาวที่รั่วออกมาในปัสสาวะก็ลดลงอย่าง เห็นได้ชัด ช่วยฟื้นฟูสมรรถนะการทำงานของไตได้ดียิ่งขึ้น เป็นการยืดอายุการเข้าสู่ภาวะไตวายได้

ผู้แสดงความคิดเห็น เภสัชกร วันที่ตอบ 2016-09-22 07:20:45



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2012 All Rights Reserved